ก.พ.ค.มีมติให้คืนตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองให้”วงศ์ศักดิ์”

ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 มีนาคม นางจรวยพร ธรณินทร์ กรรมการคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) และโฆษก ก.พ.ค. แถลงถึงกรณีที่นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูกปลัดกระทรวงมหาดไทยโยกย้ายจากตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ว่า ก.พ.ค.ได้พิจารณาคำร้องของนายวงศ์ศักดิ์แล้ว เห็นว่าการโยกย้ายนายวงศ์ศักดิ์ เป็นการดำเนินการใช้ดุลพินิจไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การโยกย้ายดังกล่าวมีเหตุผลเนื่องจากนายวงศ์ศักดิ์ไม่ดำเนินการตามความต้องการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในโครงการจัดระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนแบบใหม่ วงเงิน 3,490 ล้านบาท ที่มีการแก้ไขทีโออาร์เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้รับจ้างบางราย และโครงการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์แบบอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด วงเงิน 900 ล้านบาท

ก.พ.ค.มีมติให้ ก.มหาดไทย คืนตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง”วงศ์ศักดิ์” หลังถูกเด้งเป็นผู้ตรวจการ

รายงานข่าวจากคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 มีนาคมนี้ เวลา 13.00 น. จะมีการแถลงข่าว หลังจากที่คณะกรรมการ ก.พ.ค.มีมติให้กระทรวงมหาดไทยคืนตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ให้กับนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ตามที่นายวงศ์ศักดิ์ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการ ก.พ.ค. เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2553 หลังจากที่ถูกโยกย้ายจากตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และระบุว่า การโยกย้ายที่เกิดขึ้นไม่เป็นธรรมถึงสาเหตุการถูกโยกย้ายว่า เพราะไปขัดขวางผลประโยชน์ในโครงการต่างๆ ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย และฝ่ายการเมืองไม่พอใจ จึงถูกโยกย้าย อาทิ โครงการจัดระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนแบบใหม่ วงเงิน 3,490 ล้านบาท รวมถึงการไม่สนับสนุนโครงการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการด้วยวาจาให้อธิบดีกรมการปกครอง สนับสนุนอาวุธปืนลูกซอง 5 นัด จำนวน 3,000 กระบอก พร้อมกระสุนให้ศูนย์อำนวยการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ทั้งนี้ กรณีดังกล่าว คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 เห็นชอบให้โยกย้ายนายวงศ์ศักดิ์ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พยายามติดต่อขอทราบรายละเอียดของกรณีนี้จากผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย ปรากฏว่าทุกคนปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยระบุว่าขอรอดูความชัดเจนของมติ ก.พ.ค. ก่อนว่าเป็นอย่างไร ก่อนที่จะพิจารณาดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป

“วงศ์ศักดิ์”ได้ทีชูมติ ก.พ.ค.ชี้ชัดเป็นผู้บริสุทธิ์ ซัดยื้อต่อชั่วร้าย นักกฎหมาย มท.อ้างคำวินิจฉัยไม่ถูกต้อง

นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย กล่าววันที่ 15 มีนาคม ถึงกรณีที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติให้กระทรวงมหาดไทย คืนตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ให้กับตนและให้นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย หาตำแหน่งใหม่ให้กับนายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครองคนปัจจุบันว่า คงไม่ต่อสู้อะไรอีกแล้ว เพราะมติของ ก.พ.ค.ถือว่าสูงสุด และเท่ากับว่าตนเป็นอธิบดีกรมการปกครองตั้งแต่แรก ส่วนใครจะไปฟ้องร้องอะไรนั้น เป็นการบ่งบอกถึงความชั่วราย การที่ ก.พ.ค.มีมติเท่ากับว่าเป็นการแสดงให้เป็นว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์และต่อสู่ตามกฎหมาย จนจบกระบวนการไม่ได้อยากได้ตำแหน่งอะไร เพราะถือเป็นเรื่องกระจอก

เมื่อถามว่า การที่กระทรวงมหาดไทยฟ้องร้องต่อศาลปกครอง อาจจะทำให้เรื่องล่าช้าจนทำให้เกษียณอายุราชการไปก่อน จะมีการฟ้องร้องหรือไม่ นายวงศ์ศักดิ์กล่าวว่า ถือว่าในส่วนของตนจบ คงไม่ฟ้องร้องอะไรอีกต่อไปเพราะสังคมเห็นแล้วว่าบริสุทธิ์

รายงานข่าวจากฝ่ายกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย แจ้งว่า สำนวนคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.มีหลายประเด็น ที่อาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหรือไม่ อย่างเช่น ในคำวินิจฉัย หน้าที่ 38 ย่อหน้าที่ 3 ที่ระบุว่า เดิมก่อนการเสนอให้มีการโยกย้ายผู้ร้องทุกข์ (นายวงศ์ศักดิ์) ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 นั้น ไม่มีตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ว่างแต่อย่างใด สาเหตุที่ว่างเนื่องจากมีการเสนอขอให้ นายพินิจ เจริญพานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย (ระดับ 10) ย้ายไปดำรงตำแหน่งรองอธิบดี (โดยทั่วไปเป็นระดับ 9) ซึ่งเป็นการลดชั้น ดังนั้น การย้ายนายพินิจ ลดชั้นนั้นไม่มีเหตุผล กรณีนี้ไม่มีข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ว่าผู้ร้องทุกข์ ด้อยประสิทธิภาพหรือไม่เหมาะสมต่อตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองแต่อย่างใด จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
คำวินิจฉัยหน้า 42 ย่อหน้าที่ 3 ระบุว่า เมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่า การดำเนินการเสนอย้ายผู้ร้องทุกข์เป็นการกระทำหรือการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามกฎ ก.พ.ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2552 และเป็นการขัดต่อนัยมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 จึงให้ยกเลิกคำสั่งทั้ง 4 คำสั่ง
รายงานข่าวแจ้งว่า ธรรมเนียมปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการทุกคนในกระทรวงมหาดไทยทราบดีว่ากรมการปกครองเป็นกรมเดียวของประเทศไทย ที่รองอธิบดีกรมการปกครอง ทั้ง 4 คน เป็นข้าราชการระดับ 10 เพราะจะต้องบริหารและสั่งการกรมอื่นๆ ในสั่งกัดตามหน้าที่ และรองอธิบดีกรมการปกครอง ทุกคนจะมาจากผู้ว่าราชจังหวัด ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษา หรือตำแหน่งเชียวชาญระดับ 10 ตั้งแต่มีการตั้งกรมการปกครอง ซึ่งเรื่องนี้ทุกคนทราบดี ดังนั้น เรื่องดังกล่าวไม่ควรที่จะนำมาเป็นข้ออ้างว่าผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ใช้ดุลพินิจในการออกคำสั่งที่ไม่ชอบ การวินิจฉัยเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง


Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s